นายอภิวัฒน์'s profile.•°¤*(¯`ปี ก สี ข า ว´¯)...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    November 14

    ถามใจตัวเอง

     
     
     Island with a palm tree .. รักแท้หรือแค่แหงา ..ก็คงต้องถามใจตัวเองให้ดีๆ .. Island with a palm tree

    เวลาที่เราเจออะไรใหม่ๆ มันก็มักจะหวือหวาเป็นธรรมดา ซึ่งตอนแรกๆ ก็เป็นมุมที่แต่ละคนมอบสิ่งดีๆให้แก่กัน ..

    เรายังไม่ได้เห็นมุมมืดหรืออีกด้าน ซึ่งอาจจะเป็นด้านที่เราเห็นหรือรู้แล้วอาจจะรับไม่ได้เลย ก็เป็นได้นะ

    ในความเห็นส่วนตัวของผมก็คือ ..ถ้าแต่ละคนยังอยู่ในจุดยืนที่ไม่ได้ทำอะไรเกินเลย เช่น ทั้งคู่อยู่ในระดับแฟน ไม่ใช่สามีหรือภรรยา

    ก็คงไม่ได้จะน่าเกลียดอะไร หากเราจะมีเพื่อนทางใจเพิ่มอีกสักคนนึง ..สุดท้ายถ้าความสัมพันธ์ไม่ได้ก้าวข้ามไปมากกว่านี้

    มันก็คงจะเป็นประสบการณ์ที่ดี ที่เราก็ได้รู้จักคนเพิ่มขึ้น

    แต่ถ้าหากคิดจริงจัง หลายๆคน ณ.ตอนนี้คุณก็คงมีคำตอบอยู่ในใจอยู่แล้วมั้ง

    สำหรับผมถ้าเกิดเหตุการณ์นี้ ถ้าพิจารณาแล้วคนที่เข้ามาน่าจะใช่ รวมไปถึงทั้งเขาและเราเองอยู่ในสภาวะ Free ทั้งคู่

    ผมก็คงเดินหน้าต่อไป ..เพราะอย่างน้อยถ้าได้เจอคนที่สามารถจูนกับเราได้ติด ซึ่งอะไรทำนองนี้ก็คงเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก

    ถ้าปล่อยให้เป็นเรื่องของโชคชะตาพาไป ถ้ามันผ่านพ้นไปโดยที่เราไม่ได้ทำอะไรเลย ..ถึงตอนนั้นเราก็อาจจะมานั่งคิดเสียดาย

    ว่าทำไมไม่ทำอย่างนู้นอย่างนี้ สู้ลุยมันไปเลยไม่ดีกว่าเหรอ ..อย่างน้อยถ้าเกิดผิดพลาดและสุดท้ายไม่ได้ลงเอยกัน แต่ก็ถือว่าเราได้ทำแล้ว ...
     
    Left hug ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ Red heart~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ Right hug
     
     
    October 21

    แอ๊บแบ๊วซ์ซ์ซ์ซ์

     
    + + "แอ๊บแบ๊ว" + +

    . . . . .

    "แอ๊บแบ๊ว" เป็นอาการทางจ(ริ)ตชนิดหนึ่ง มักเกิดขึ้นในเพศหญิงช่วงแรกสาวเป็นต้นไป แต่เดี๋ยวนี้เริ่มลุกลามในผู้ชาย กะเทย และเพศใกล้เคียงด้วย โรคนี้จะมีอาการควบคู่ไปกับภาวะแทรกซ้อน ที่แสดงออกทางอวัยวะต่างๆของร่างกาย ดังนี้

    1.ดวงตา
    จากที่เคยมีลูกตาขนาดปกติไม่ว่าขนาดใดก็ตาม คนที่"แอ๊บแบ๊ว"จะมีดวงตากลมบ้องแบ๊ว เกิดประกายวิบวับขึ้นมาอย่างหาสาเหตุไม่ได้ (สันนิษฐานว่าเป็นที่มาของคำว่าแอ๊บแบ๊วนั่นเอง) ถ้านึกภาพไม่ออก แนะนำให้ไปดูเอ็มวี เพลงปู ของเนโกะจั๊มพ์ อะโนโนโน่ อย่างนี้ไม่ดี.. ช็อตทื่สองสาวเล่นกับกล้อง นั่นแหละใช่เลย!

    อุปกรณ์เสริมความแบ๊วในข้อนี้ได้แก่ ที่ดัดขนตา,มาสคาร่า และอายไลเนอร์ ที่จะช่วยขับให้ตาแบ๊วขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ เดี๊ยวนี้มีคอนแท็คเลนส์ประเภทเพิ่มขนาดลูกตาดำด้วย..แม่เจ้า แต่มีข้อแม้ว่าควรมีทักษะในการเสริมแต่งนิดนึง เพราะเคยเห็นสาวๆหลายคนทามาสคาร่าหนาเป็นปื้น ขนตาจับเป็นก้อนๆเหมือนขาแมลงวัน อันนั้นออกแนวสยองแล้วล่ะครับ

    เมื่อตาโตขึ้นแล้ว อวัยวะข้างเคียงที่จะมีผลกระทบก็คือ คิ้ว ที่จะเลิกขึ้นนิดๆ หัวคิ้วจะหดเข้าหากันนิดนึง นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้คนแอ๊บแบ๊วมีสีหน้าดูสงสัย ไร้เดียงสาอยู่ตลอดเวลา สายตาแบบนี้เพื่อนชายหลายคนของผมสารภาพว่าเห็นแล้วถึงกับร้องอ๊าง สาวคนไหนจะลองทำตาแบ๊วดูก็ไม่ว่ากันครับ

    2.แก้ม
    อยากรู้จังว่าใครคือมนุษย์คนแรกที่ตัดสินว่า ผู้หญิงแก้มป่องคือผู้หญิงน่ารัก แก้มป่องจึงเป็นอาการแบ๊วอันดับสองที่ขาดไม่ได้

    ลำพังคนที่แก้มป่องเป็นธรรมชาติก็ถือเป็นโชคดีของเค้าไปค่ะ แต่สำหรับคนที่แก้มตอบ โหนกปูด กรามสองข้างทำมุมฉากซึ่งกันและกัน เราก็จะได้เห็นอาการพยายามอมลมไว้ในปาก แล้วดันกระพุ้งแก้มให้ป่องออกมาจนกระทั่งดูน่าหยิกเล่น (ผมเคยลองดูแล้ว รู้สึกเหมือนอมน้ำยาบ้วนปากแล้วลืมบ้วนทิ้ง)

    คนที่แอ๊บแบ๊วจนชำนาญก็จะขนาดแก้มที่ป่องกำลังดีดูน่ารัก แต่สำหรับแบ๊วมือใหม่หลายคนก็พลาด กะไซส์แก้มผิด ป่องเป็นปลาทองรักเร่ หรือไม่ก็ชิพกับเดลล์เพิ่งผ่าฟันคุด ก็ถือว่าต้องฝึกกันอีกเยอะ..ได้ไม่ต้องกังวล เพราะถ้าแก้มยังทำให้คุณดูแบ๊วไม่สมใจละก็..ปาก ยังช่วยคุณได้ครับ

    3.ปาก
    ไม่ว่าตามปกติใครจะมีริมฝีปากไซส์อ้อมพิยดา หรือจอยรินลณี ปากของสาวแอ๊บแบ๊วจะถูกกำหนดให้มีริมฝีปากบนบางๆ แล้วยกเชิดขึ้นจนเห็นฟันคู่หน้านิดๆ แบบอั้มพัชราภา/แตงโม /เมย์พิชนาฏ/กิ๊บซ่า กิ๊บซี่ เกิร์ลลี่เบอรี่ และดาราอีกเป็นสิบคน ที่ถ่ายรูปลงหนังสือกี่เล่มๆก็ทำปากแบบเดิมได้ตลอดเวลา

    ส่วนริมฝีปากล่างขณะแอ๊บแบ๊วนั้นมีข้อบังคับว่า ห้ามเผยอออกมาจนห้อยย้อยแบบโน๊ต เชิญยิ้มเด็ดขาด แต่ต้องเกร็งไว้นิดๆ เบะคางให้ดูคล้ายแอบงอนใครมาหน่อยนึง และทีเด็ดคือต้องยิงมุมปากให้เบี้ยวไปข้างที่ถนัดข้างใดข้างหนึ่งพอประมาณ หน้าแบ๊วที่ออกมาจะดูแก่นเซี้ยวแสนซน และทำให้แอบคิดไปเองได้ว่า "ตอนนี้เราหน้าเหมือนโฟร์แล้วล่ะครับ.."

    อย่าลืมรักษารูปปากไว้ตลอดเวลาที่พูดคุยด้วยนะครับ เสียงที่ออกมาจะได้อ้อมแอ้ม พูดไม่ชัด น่ารักน่าถีบ เอ๊ย! น่าจีบ ขึ้นอีกจมเลย

    4.เสียง
    เสียง เป็นอาการทางกายภาพข้อสุดท้ายของโรคแอ๊บแบ๊ว เสียงมาตรฐานการแอ๊บแบ๊วคือเสียงเล็กๆ อู้อี้นิดๆ อ้อนหน่อยๆ ประมาณน้องเบเบ้ หรือจิ๊บ ปกฉัตร อะไรแถบๆนี้ ใครที่เคยสอบอ่านร้อยแก้วร้อยกรองแล้วได้คะแนนเต็มมา อาจจะต้องไปตัดปลายลิ้นตัวเองก่อน จึงจะออกเสียงแบ๊วๆแบบนี้ได้
    น้ำเสียงที่นิยมแอ๊บแบ๊วคือ level ตั้งแต่ 2 เป็นต้นไป ทำอย่างไรก็ได้ให้ผิดอักขระวิธีให้มากที่สุด เช่น

    จริงเหรอ ออกเสียงเป็น จิ๊ง-ง๋ออออออ??  ใช่ไหม เป็น ชิเมะ? / ชิป้ะ? / ชิม้า

    จริงเหรอ ออกเสียงเป็น จิ๊ง-ง๋ออออออ??  ใช่ไหม เป็น ชิเมะ? / ชิป้ะ? / ชิม้า

     

    ^ ป.ล. ถ้าเพื่อนของคุณหรือแฟนของคุณมีลักษณะตรงกับข้อที่กล่าวมาข้างต้น นั่นแหละเค้ากำลัง ''แอ๊บแบ๊ว'' ^

     

    July 15

    แค่ความรู้สึก อย่าใส่ใจเลย

     


    มีคนเคยบอกว่า ...
     
    ถ้าเราคิดถึงใครคนหนึ่งมากๆ ความคิดถึงจะสื่อไปถึงคนๆนั้นได้
     
    ไม่รู้ว่า เค้าจะรับรู้ถึงความรู้สึกนั้นหรือเปล่า
     
    ตอนนี้ คิดถึงเค้ามากๆๆ มากจนบรรยายไม่ถูก
     
    หลายวันมาก ที่ไม่ได้เจอกัน
     
    วันนี้คิดถึงมากๆ ด้วยความรู้สึกหลายๆอย่าง
     
    อยากบอกว่า รัก ทุกวัน และ รัก มากขึ้นทุกวัน
     
    ไม่ได้อยู่ใกล้ๆ ไม่ได้ดูแลใกล้ๆ 
     
    แต่ความรู้สึก คำพูด ที่บอกถึง
     
    ความห่วงใย
     
    ความเป็นห่วง
     
     มันบ่งบอกได้...
     
    เสียงที่ส่งผ่านโทรศัพท์ อยากบอกให้รู้ว่า
     
    รู้มั๊ย คิดถึงทุกวันนะ ^^
     
    เป็นห่วงนะ รู้ป่าว
     
    กลัว... ถ้าบอกไป อาจจะทำให้ห่างไกลยิ่งกว่าเดิม
     
    และไม่อยากโทษอะไรทั้งนั้น ที่ทำให้เราห่างไกล
     
    แต่หัวใจของเรา อยู่ใกล้กันน่ะ
     
     
    ~~~~~~~~~
     
    May 03

    กระจกบานนี้

     

       
     

    เมื่อก่อน เราเป็น ก ร ะ จ ก
    ใครรักเราเท่าไร เราก็รักเค้ากลับไปเท่านั้น
    วันนี้ เราก็ยังคงเป็น ก ร ะ จ ก บานเดิมอยู่
    แต่กระจกบานนี้ ...
    คงจะมีอะไรผิดเพี้ยนไป
    เค้ารักเรามาเท่าไร ...
    เรากลับสะท้อนความรักกลับไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
    เค้ารักเรามาเท่าไร ...
    เรารักเค้ากลับไปอย่างไม่มีเงื่อนไข
    เค้าทำไม่ดีกลับเรา ...
    แต่เรากลับไม่สามารถสะท้อนความรู้สึก
    เกลียดกลับไปได้
    ได้แต่เก็บความรู้สึก ... ไว้ในกระจกบานนี้
    กระจกบานนี้ ...
    เก็บความเสียใจมามากจนเหมือนว่า
    กระจกบานนี้จะรับไม่ไหว

    ก ร ะ จ ก เ ริ่ ม ร้ า ว

     
       
    February 28

    จิตใจที่แปรเปลี่ยน ทำไม???

     
    I think...

            ผมคิดอยู่เสมอว่า.. คำว่ามนุษย์เราสามารถมีพลังที่ซ่อนอยู่อย่างเหลือล้น  เป็นเรื่องโกหกทั้งเพ  ผมคิดอย่างนั้นมาตลอดแล้วเรื่องที่หากเราปราถนาอะไรแล้วมีความหวังอย่างแรงกล้าแล้วมันก็จะเกิดผลก็ไม่เหมือนกันนั่นแหละ...
    แต่ตัวผมเองก็กลับลองเลือกจนหวังสิ่งนั้นอยู่หลายครั้ง  แต่ก็นั่นแหละไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็ช่างตีบตันไปหมด  มองไม่เห็นความหวังอะไรทั้งสิ้น  ดังนั้นทุกสิ่งทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับตัวเองนั่นแหละ  เลือกทางเดินที่ดีที่สุดและคิดด้วยตัวเองว่า.. นั่นแหละถูกต้องที่สุดแล้ว  อย่าไปวังอะไรลมๆ แล้งๆ อีกเลย...
    ถ้าสามารถเลือกได้ตอนนี้ผมอยากจะอยู่กับเธอคนที่รักผมมากที่สุดไม่ว่าผลจะออกมายังไงก็ตาม  ผมก็อยากจะไปยืนอยู่ข้างเธออยู่ที่นั่น  อยากจะไปคุ้มครองดูแลเธอซึ่งเป็นทางเลือกที่ผมเลือกด้วยตัวเอง...
     
    <><><><><><><><><><>
     
    February 14

    วันวาเลนไทน์

     
    I miss u very much...

     

    วันนี้ก็วันวาเลนไทน์แล้วสิน่ะ...ตรงกับวันปัจฉิม ม.3 กับ ม.6 พอดีเลย เห็นคนอื่นเค้าซื้อดอกไม้ช่อสวยๆ ให้คนที่ตัวเองรัก เห็นแล้วน่าอิจฉาเหลือเกิน.. ผมเองก็อยากจะให้ดอกไม้เธอสักช่ออยู่เหมือนกัน.. กะว่าจะให้เธอก่อนเข้าเรียนพิเศษ 4.30 น.
    เอ๊ะ... พอดีผมเป็นคนที่เวลาจะลงมือทำอะไรจะคิดก่อนเสมอ ให้ไปแล้วจะคุ้มหรือเปล่า แต่ความที่เป็นคนมองการไกล และไม่อยากจะผิดหวัง เลยตัดสินใจว่า '' ไม่ให้ดีกว่า เธอคงไม่ต้องการหรอก ''
    อีกอย่างวันนี้เห็นเธอถือช่อดอกไม้ 1 ช่อ กับ กล่องของขวัญกล่องใหญ่ 1 กล่อง สงสัยมีคนให้ก่อนแล้วมั้ง
    ..........(เงียบ)..........
    ก็อย่างว่าแหละ อย่าไปหวังอะไรลมๆแล้งๆเลย... เธออาจจะมีคนที่เธอรักอยู่แล้วก็ได้
    ปล่อยให้กาลเวลาเป็นผู้กำหนดจะดีกว่า อนาคตยังอีกยาวไกล....
      
    ********************
     
    February 10

    คิดถึงเหลือเกิน

     

    I Love you...

     
    ผมปรารถนาจะได้ยินเสียงของเธอเหลือเกิน...แต่มันคงเป็นแค่ความหวัง
    ลมๆแล้งๆเท่านั้น เวลาที่ผมกับเธอทั้งคู่ประสานตากันแล้วส่งรอยยิ้มให้กันนั้น มันช่างเป็นภาพที่งดงามเหลือเกิน
    แต่ตอนนี้สิไม่มีรอยยิ้มของเธออีกต่อไปแล้ว แม้แต่คำพูดของเธอที่เคยพูด
    กับผมด้วยน้ำเสียงอันไพเราะ ไม่มีอีกต่อไป เธอในตอนนี้ก็เหมือนกับคนอื่นที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เย็นชา ไม่ทักทาย เหลือเพียงแต่ความรู้สึกดีๆที่มีให้กันเท่านั้น
    ในที่สุดผมก้ได้รู้เสียงของเธอเสียงที่ไพเราะตัวนกคีรีบูนตัวน้อยใบหน้ายาม
    หัวเราะที่ทำให้โลกทั้งใบนี้สดใส ผมรู้แล้วว่ามันสำคัญสำหรับผมมากเพียงใด...
     
    ~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
     
    February 05

    ชีวิตกับการรอคอย

     

    I' ll be waiting.. for you... 

      
    เสียงทะเลแว่วมาจากไกลๆ
    ลมทะเลพัดผ่านทุ่งหญ้าที่มีดอกหญ้าสีชมพูเบ่งบานไสวอย่างอ่อนโยน แต่เบื้องหน้าไม่มีทะเลมีเพียงสีเขียวขจีและสีชมพูอ่อนหวานสุดตา ท่ามกลางสีเขียวนั้นปรากฏสีฟ้าสะดุดตาร่างของสาวน้อยในชุดสีฟ้าสกายบลู เธอสวยมาก ผมยาวดำขลับนุ่มสลวยขอเธอพริ้วไปตามสายลม ที่ลำคอขาวผ่องประดับด้วยสร้อยเงินเงาวับ แหวนเงินสัญลักษณ์รูปสิงโตที่ห้อยติดกับสร้อยคอแกว่งไกวน้อยๆอยุ่เหนืออกคู่งาม เธอกำลังรอคอย
    .............คอยใครล่ะ?
    เธอเฝ้าถามตัวเอง เอเฝ้าคอยอยู่ที่นี่มานานแสนนาน หรือว่าเธอกำลังรอคอยเวลาเวลานั้นไม่มีความหมาย
    สิ่งสำคัญคือเธอกำลังรอคอยใครต่างหาก... ลึกๆในใจของสาวน้อยเคลือบแฝงด้วยความสงสัยอยู่ตลอดว่า น่าจะมีใครบางคนที่เธอต้องรอคอยเขา แล้วจู่ๆสายลมที่มีกลิ่นไอทะเลก็พัดแรงขึ้น แสงอาทิตย์อบอุ่นกลับถูกบดบังด้วยเมฆครึ้ม ความเย็นแผ่ปกคลุมราวกับจะไล่เธอไปจากที่นั่น ที่อีกด้านของท้องฟ้าเริ่มมีแสงฟ้าแลบแปลบปลาม และอีกไม่นานเสียงฟ้าก็ร้องแผดท้องราวกับเสียงสัตว์ป่าคำราม ลมแรงพัดผมดำขลับกระจาย สาวน้อยยกมือทาบอกเหมือนกังวล แหวนรุปสิงโตที่ปลายนิ้วสัมผัสอยู่กลายเป็นที่พึ่งทางใจของเธอ
    มาสิ เขาต้องมาแน่ สาวน้อยสาบานกับหัวใจที่เฝ้ารอคอยมานานราวกับจะค้นหาตัวเองให้เจอ เขามีตัวตน แล้วเขาก็กำลังมุ่งหาเธอ เพราะที่นี่คือดินแดนแห่งสัญญา สถานที่ที่ทั้งสองนัดพบกันอีกครั้ง....
    ลมแรงพัดกลับดอกไม้ลอยขึ้นฟ้าย้อมโลกเบื้องหน้าเป็นสีชมพูท่ามกลางบรรยากาศที่งดงาม สาวน้อยคลายกำมือน้อยๆออด สิ่งที่อยู่ในกำมือคือขนนกสีขาวบริสุทธิ์ที่เธอฝากความในใจเอาไวแล้วปล่อยให้ลอยไปกับสายลม ไปสู่สุดขอบฟ้า ไปสู่ห้วงเวลา ไปสู่คนที่เธอรอคอยที่กำลังบาดเจ็บและหลงทาง
     
     
    ☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆